Showing posts with label แสตนเลส. Show all posts
Showing posts with label แสตนเลส. Show all posts

Friday, July 6, 2012

ความรู้เรื่อง เครื่องครัวแสตนเลส (Stainless steel cookware)

ความรู้เรื่อง เครื่องครัวแสตนเลส (Stainless steel cookware)  

ข้อดี และ ข้อเสีย ของเครื่องครัวแสตนเลส

สำหรับภาชนะเครื่องใช้ เครื่องครัวในบ้านที่เราใช้นั้น วัสดุที่ใช้ทำภาชนะก็มีความสำคัญต่อสุขภาพของสมาชิกภายในบ้านทั้งสิ้น ดังนั้นการเลือกซื้อเครื่องครัวที่เราใช้กันไม่ว่าจะเป็น กระทะ หม้อซุป หม้ออบความดัน มีดแบบต่างๆ ที่ขูดผิวมะนาว ฯลฯ ก็ล้วนต้องเลือกสรรกันเป็นอย่างดี ซึ่งภาชนะเครื่องครัวต่างๆ ที่ใช้กันในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ทำมาจาก "สแตนเลส สตีล" ทั้งสิ้น

การที่โลหะเกิดออกไซด์ทำให้เกิดการกัดกร่อนของเนื้อโลหะ ในกรณีที่วัสดุนั้นเป็นเหล็ก จะทำให้เกิดสิ่งที่เราเรียกกันว่า สนิมเหล็ก(Stain) มีลักษณะเป็นเนื้อพรุน ทำให้เหมาะที่จะกักเก็บไอน้ำ ออกซิเจน และสารเคมีอื่น ทั้งจากอากาศและอาหาร สอดแทรกเข้าไปทำปฏิกิริยากับเนื้อเหล็กที่อยู่ใต้ชั้นออกไซด์ต่อได้ ทำให้เนื้อเหล็กที่อยู่ใต้ชั้นออกไซด์สามารถถูกกัดกร่อน

ต่อมาจึงได้มีการพัฒนาโลหะผสม(Alloy,อัลลอย) ที่เรารู้จักกันดี คือ สแตนเลส สตีล(Stainless Steel) มีความหมายตรงตัว คือ เหล็กกล้าไร้สนิม เป็นเหล็กที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำ(น้อยกว่า 2%)ของน้ำหนัก มีส่วนผสมของโครเมียม อย่างน้อย 10.5% กำเนิดขึ้นในปี พ.ศ.1903 และมีการเติม นิเกิล,โมบิดินัม,ไททาเนียม,ไนโอเนียม หรือโลหะอื่นแตกต่างกันไปตามชนิด ของคุณสมบัติเชิงกล และการใช้ลงในเหล็กกล้าธรรมดา ทำให้เหล็กกล้ามีความต้านทานการเกิดสนิมได้และการนำความร้อนได้ดีขึ้น


ซึ่งการที่มีโครเมียมผสมอยู่ในโลหะจะทำให้เกิดคุณสมบัติของฟิล์มออกไซต์บนพื้นผิวเปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นฟิล์มปกป้อง หรือพลาสซิฟเลเยอร์(Passive Layer) ที่เหมือนเกราะป้องกันการกัดกร่อนให้กับสแตนเลสสตีล

ฟิล์มปกป้องนี้จะมีขนาดบางมาก(สำหรับแผ่นสเตนเลสบางขนาด 1 มม. ฟิล์มหรือพาสซีฟ เลเยอร์นี้ จะมีความบางเทียบเท่ากับวางกระดาษ 1 แผ่น บนตึกสูง 20 ชั้น) และมองตาเปล่าไม่เห็นฟิล์มนี้จะเกาะติดแน่น และทำหน้าที่ปกป้องสเตนเลส สตีล จากการกัดกร่อน หากนำไปผลิตแปรรูปหรือใช้งานในสภาพเหมาะสม เมื่อเกิดมีการขีดข่วน ฟิล์มปกป้องนี้จะสร้างขึ้นใหม่ได้เองตลอดเวลา

แต่โดย ส่วนใหญ่สแตนเลสสตีล ที่นำมาทำเครื่องครัวที่ใช้กันจะประกอบด้วย
- โครเมียม 0% นิเกิล (Nickel) 0% เรียกว่า 18/0
- โครเมียม 8% นิเกิล (Nickel) 18% เรียกว่า 18/8
- โครเมียม 10% นิเกิล 18% เรียกว่า 18/10 เป็นสแตนเลสสตีล จึงที่นิยมใช้ในการทำเครื่องครัวคุณภาพดี

โดยสังเกตุยิ่งค่าของนิกเกิลยิ่งสูง จะเป็นแสตนเลสสตีลที่มีคุณภาพสูง จะยิ่งทนต่อการกัดกร่อน การเกิดสนิมและสวยงามแวววาวมากขึ้น

เครื่องครัวที่ทำจากสเตนเลสสตีล มีข้อดีและข้อเสีย หลายอย่างเช่น

ข้อดีของการใช้สแตนเลสสตีล
- ความต้านทานการกัดกร่อนสูง
- ไม่มีปฏิกริยาต่อกรดและด่าง
- ไม่กระเทาะหรือแตกหักเสียหาย ง่าย ทนทานต่อการนำมาใช้งาน

ข้อเสียของการใช้สแตนเลสสตีล
- มีค่าการนำความร้อนต่ำ
- ไม่เก็บกักความร้อนเอาไว้นาน
- ราคาสูง

จึงมักจะใช้ทำเครื่องครัวโดยผสมกับทองแดง(Copper) หรืออะลูมิเนียม(Aluminum) ซึ่งเป็นโลหะที่มีค่าการนำความร้อนสูง เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานข้อดีของวัสดุต่างๆ เพื่อนำมาใช้ทำเครื่องครัวที่เหมาะสมกับผู้ที่รักการทำอาหารไม่ว่าจะเป็นกระทะ, กระทะกลม, กระทะแบน,หม้อซุป, หม้อซอส, ถาดอบ, ที่ขูดชีส, ที่ขูดผิวส้ม
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...