Showing posts with label breakfast. Show all posts
Showing posts with label breakfast. Show all posts

Friday, July 27, 2012

คำว่า บรันช์ (Brunch) มีที่มาอย่างไร?

เคล็ด(ไม่)ลับ เกี่ยวกับการปรุงอาหาร และงานครัวต่างๆ
(Cooking Tips and Kitchen Tricks)

เรื่อง ของการทำอาหาร งานบ้าน งานครัว จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ถ้าเรารู้เคล็ดลับในการจัดการค่ะ สำหรับเครื่องใช้ภายในบ้านนั้นมีมากมายหลายชนิด ทุกอย่างล้วนมีความสำคัญต่อการใช้ชิวิต ดังนั้นการดูแลทำความสะอาดจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะส่งผลต่อสุขภาพของสมาชิกภายในครอบครัว โดยเฉพาะอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวที่ต้องสัมผัสกับปากโดยตรงยิ่งต้องดูแลมาก เป็นพิเศษ Food for Health Guide จึงรวบรวม ความรู้ เคล็ด(ไม่)ลับ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ในการปรุงอาหาร ทำอาหาร และงานครัวต่างๆ เพื่อที่คุณจะสามารถนำไปลองทำกันได้ง่ายๆ มาแนะนำค่ะ

......................................................................................................................................................

คำว่า บรันช์ (Brunch) มีที่มาอย่างไร ?

บรันช์ (Brunch) เป็นอาหารรวบระหว่างมื้อเช้า (breakfast) และ มื้อกลางวัน (lunch) คำก็เป็นคำรวบระหว่างสองคำ คือ Breakfast กับ Lunch (Brunch is a meal eaten between or instead of breakfast and lunch. The word is a portmanteau of breakfast and lunch.)

แรกเริ่มเดิมที คำว่า "Brunch" มาจากอเมริกา คือ การจัดอาหารเช้า และอาหารกลางวัน รวมกัน จะเสริ์ฟระหว่าง 11.00 น. จนถึง 14.00 น. (คือ 11 โมงเช้า ถึงบ่าย 2 โมง) หรือให้เข้าใจกันง่ายๆ Brunch ก็คือ อาหารที่ควบเอา "อาหารมื้อเช้า" และ "อาหารมื้อกลางวัน" มารวมเป็นมื้อเดียวกันนั่นเอง



โดยปกติคนทั่วไปจะรับประทานมื้อเช้า ไม่ว่าหนักหรือเบาประมาณ 8:00 น. แล้วใช้เวลารับประทานประมาณ 15-30 นาที ซึ่งเป็นเวลาปกติของคนทั่วๆ ไป ซึ่งอาจช้าจนเริ่มประมาณ 9:00 น. แล้วก็จบภายใน 15-30 นาที  มื้อนี้เรียกว่ามื้อเช้า หรือ Breakfast

มื้อกลางวัน (Lunch) จะเริ่มเวลาประมาณ 12:00 น. แล้วจบที่เวลาประมาณ 12:30 น. แต่หากนั่งรับประทานกันไป แล้วคุยเรื่องงานหรืออื่นๆ ไป ก็อาจใช้เวลาสัก 1 ชั่วโมง

แต่ Brunch นั้นเป็นมื้อพิเศษ ตรงที่เริ่มรับประทานช้ากว่าปกติ กินมากกว่าปกติ พร้อมรวบเป็นอาหารกลางวันไปด้วยในตัว เวลากินช้า อาจจะเป็นเพราะตื่นสาย อาหารมื้อแบบนี้ไม่ใช่เป็นปกติ และไม่แนะนำสำหรับคนทั่วไป แต่มันมักจะเกิดจากช่วงเวลาพิเศษ เช่นช่วงวันหลังเฉลิมฉลองอยู่กันดึกพิเศษ แล้วทำให้ตื่นสาย แล้วไหนๆ ก็สายแล้ว ก็เลยสายต่ออีกหน่อย เลยกินมื้ออาหารแบบรวบเลยระหว่างมือเช้ากับมื้อกลางวัน

Brunch มักจะกินกันเวลาสักกึ่งกลางระหว่างมื้อเช้าและมื้อกลางวัน คือราวๆ 9:30-10:30 น. และเป็นวาระพิเศษ ร่วมกินกันหลายๆ คน จะที่บ้านหรือที่ร้านอาหาร แต่มีให้รับประทานกันมากเป็นพิเศษ หรือหากเป็นที่ร้าน ก็มักจะสั่งจานโตสักหน่อย มักจะรับประทานกันในบรรยากาศแบบผ่อนคลายสักเล็กน้อย ส่วนเครื่องดื่ม จะเป็น ชา กาแฟ น้ำผลไม้ เป็นต้น การรับประทานอาหารมื้อ Brunch ตามร้านอาหารของคนตะวันตก มักจะต้องมีกาแฟสด ซึ่งหากกาแฟไม่อร่อย อาหารก็พลอยไม่อร่อยไปด้วย

โดยมากตามโรงงแรม และร้านอาหารจะจัด Brunch เฉพาะวันอาทิตย์หรือวันหยุดเทศกาล อาหารจะมีหลากหลาย ทั้งอาหารมื้อเช้า และอาหารมื้อกลางวันรวมกัน และการจัดจะจัดแบบบุฟเฟต์ ให้แขกเลือกตักกินเองตามใจชอบ นอกจากอาหารบางอย่าง เช่น อาหารจานร้อน จะมีเชฟคอยปรุงให้แขก หรืออาหารประเภทเนื้อก้อนใหญ่ เชฟจะเป็นผู้ตัดให้แขกตามต้องการ ในการบริการจะมีเชฟและผู้บริการคอยดูแลตลอดเวลา ตามหอพักนักศึกษาของอเมริกาจะจัด Brunch ในวันอาทิตย์ ซึ่งบางคนอาจตื่นสาย นั่งกินได้ถึงบ่าย 2 - 3 โมง เลยทีเดียว กินแล้วบางคนไม่กินมื้อเย็นก็มี


ดูเคล็ดลับทั้งหมด | SEE ALL TIPS & TRICKS »


info credit: http://pracob.blogspot.com/

Friday, July 13, 2012

อาหารเช้าเมนูไข่ : ไข่เบเนดิกต์ (Eggs Benedict)


ไข่เบเนดิกต์ หรือ เอ้กเบเนดิกต์ 

(Eggs Benedict)

เป็นอาหารเช้าเมนูไข่ ที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ ประกอบด้วยไข่ลวก ขนมปัง แฮม และ ซอสฮอลแลนเดส

และยังสามารถจะรับประทานเป็น Brunch* หรือ อาหารว่างก็ได้เช่นกัน วิธีการทำโดยการนำแฮม หรือ โบโลญญ่า (Bologna) กับ ไข่ดาวน้ำ (Poached Egg) มาวางบนขนมปังครึ่งซีก เช่น English muffin หรือ Bagel แล้วราดด้วย ซอสฮอลแลนเดส (Hollandaise sauce)


หมายเหตุ

* คำว่า Brunch มีที่มาอย่างไร ?

แรกเริ่มเดิมที คำว่า "Brunch" มาจากอเมริกา คือ การจัดอาหารเช้าและอาหารกลางวันรวมกัน จะเสริ์ฟระหว่าง 11.00 น. จนถึง 14.00 น. (คือ 11 โมงเช้า ถึงบ่าย 2 โมง)


โดย มากตามโรงงแรมและร้านอาหารจะจัด Brunch เฉพาะวันอาทิตย์หรือวันหยุดเทศกาล อาหารจะมีหลากหลาย ทั้งอาหารมื้อเช้า และอาหารมื้อกลางวันรวมกัน และการจัดจะจัดแบบบุฟเฟต์ ให้แขกเลือกตักกินเองตามใจชอบ นอกจากอาหารบางอย่าง เช่น อาหารจานร้อน จะมีเชฟคอยปรุงให้แขก หรืออาหารประเภทเนื้อก้อนใหญ่ เชฟจะเป็นผู้ตัดให้แขกตามต้องการ ในการบริการจะมีเชฟและผู้บริการคอยดูแลตลอดเวลา ตามหอพักนักศึกษาของอเมริกาจะจัด Brunch ในวันอาทิตย์ ซึ่งบางคนอาจตื่นสาย นั่งกินได้ถึงบ่าย 2 - 3 โมง เลยทีเดียว กินแล้วบางคนไม่กินมื้อเย็นก็มี


แหล่งที่มา : นิตยสารครัว ปีที่ 15 ฉบับที่ 174 เดือน ธันวาคม 2551 หน้า135

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

อาหารเช้าเมนูไข่ : ไข่เบเนดิกต์ (Eggs Benedict) สูตรที่ 1

ส่วนผสม

- ขนมปังอิงลิช มัฟฟิน 1 ชิ้น
- ไข่ไก่สดใหม่ 1 ฟอง
- ปลาแซลมอนรมควัน
- ผักคอส
- เนยจืดละลาย
- น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ
- ไธม์ (เครื่องเทศให้ความหอม)


ส่วนผสมซอสราด ซอสฮอลแลนเดส (Hollandaise sauce)

- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ½ ถ้วย
- มายองเนส ½ ถ้วย
- มัสตาร์ด 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาวเล็กน้อย
- พริกไทย พร้อมเตรียมเครื่องทำสลัด ได้แก่ ผักร็อคเกต หน่อไม้ฝรั่ง มะเขือเทศเชอร์รี่ น้ำบาซามิก และน้ำมันมะกอก

วิธีทำ

หลังจากได้ส่วนผสมทั้งหมดแล้ว เริ่มลงมือหั่นครึ่งขนมปังอิงลิช มัฟฟิน จากนั้นตอกไข่ใส่ถ้วย ต้นน้ำให้เดือดอ่อนๆ ใส่น้ำส้มสายชูคนให้เข้ากัน เป็นเทคนิคให้ไข่จับตัวเป็นก้อน จากนั้นคนเร็วๆ ให้น้ำวน เทไข่ใส่ลงไปทิ้งไว้ 2-3 นาที เมื่อสุกตักใส่ในน้ำเย็นพักไว้

ต่อมานำส่วนผสมของซอสมาผสมกันในหม้อ ตั้งไฟอ่อนๆ คนจนเนื้อหนืดข้นพักไว้ ทาขนมปังด้านที่หั่นด้วยเนยจืดละลาย จัดวางบนจานตามด้วยผักคอส แซลมอนรมควัน ตักไข่ขึ้นมาซับน้ำออกด้วยกระดาทิชชูแล้ววางทับก่อนตักซอสราด โรยใบไธม์และพริกไทย จัดวางข้างจานด้วยหน่อไม้ฝรั่ง และเพิ่มไฟเบอร์ให้กับร่างกายด้วยการทำสลัดเป็นเครื่องเคียง


อาหารเช้าเมนูไข่ : ไข่เบเนดิกต์ (Eggs Benedict) สูตรที่ 2
(สำหรับ 4 ที่)
ส่วนผสม

- เกลือ 1 ช้อนชา
- น้ำส้มสายชูไวท์ขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- ไข่ไก่สด 8 ฟอง
- ขนมปังหั่นเป็นแผ่นๆ 8 แผ่น
- แฮมสไลซ 300 กรัม
- ผักร๊อกเกต 1 ถ้วยตวง

ส่วนผสมซอสราด ซอสฮอลแลนเดส (Hollandaise sauce)

- น้ำส้มสายชูไวท์ขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- ไวท์ขาว ¼ ถ้วยตวง
- เมล็ดพริกไทยดำ ½ ช้อนชา
- ไข่แดง 3 ฟอง
- มะนาวเหลือง 1 เสี้ยว
- เนยสดชนิดเค็ม 150 กรัม

วิธีทำ ซอสฮอลแลนเดซ

1. ผสมน้ำส้มสายชูไวท์ขาว ไวท์ขาว และเมล็ดพริกไทยดำ ลงในหม้อ ใช้ไฟอ่อน ต้มจนส่วนผสมเหลือประมาณครึ่งหนึ่ง นำออกจากเตา แล้วกรองเอาแต่น้ำ เตรียมไว้

2. นำเนยสดชนิดเค็มใส่หม้อ ตั้งไฟจนละลาย และเห็นเป็นเนยละลายใสๆ กับตะกอนเนยแยกชั้นกัน ตักแต่เนยละลายใสๆเก็บไว้ใช้ ทิ้งส่วนที่เป็นตะกอนไป

3. ตีไข่แดง และ น้ำส้มสายชูไวท์ขาว เข้าด้วยกัน แล้วนำไปตั้งบนหม้อใส่น้ำพอประมาณ แต่ระวังอย่าให้น้ำแตะก้นชาม ใช้ไฟอ่อนๆ แล้วใช้ที่ตีไข่คนไปเรื่อยๆจนข้นเป็นครีม และ สีอ่อนลง แต่ระวังอย่าให้ไข่จับเป็นก้นหรือสุก นำออกจากเตา แล้วค่อยๆเติมเนยละลายที่เตรียมไว้ที่ละน้อย ใช้ที่ตีไข่ คนไปเรื่อยๆ ทำเช่นนี้จนเนยละลายหมด แล้วบีบมะนาวเติมลงไปเล็กน้อย

เตรียมไข่

1. ต้มน้ำในหม้อจนเดือด เติมเกลือ และน้ำส้มสายชูไวท์ขาว ตอกไข่ใส่ชามแล้วเทใส่หม้อทีละลูก ใช้ทัพพีคนน้ำไปรอบๆแต่อย่าให้โดนไข่ ต้มนานประมาณ 3 นาที ดูจากไข่ขาวสุกแต่ไข่แดงยังไม่สุก หลังจากนั้น ช้อนไข่ขึ้น แล้วสะเด็ดน้ำบนจานรองด้วยกระดาษทิชชู

2. ปิ้งขนมปังในที่ปิ้งขนมปัง หรือ ปิ้งบนกระทะ โรยด้วยน้ำมันมะกอกบนขนมปัง

จัดเสริฟโดยการ เรียงขนมปังปิ้ง วางทับด้วยแฮมสไลซ ไข่ลวก ซอสฮอลแลนเดซ และโรยด้วยผักร๊อกเกต


......................................................................................................................................................

Eggs Benedict
(Serving for 4 persons)

Ingredient
1 tsp of salt
2 tbsp of white vinegar
8 eggs
8 sliced bread
300 g Ham (Sliced)
1 cup of rocket

Hollandaise sauce
1 tbs of white vinegar
¼ cup of white wine
½ tsp of cayenne pepper
3 egg yolks
1 slice of lemon
140 g of salted butter

Method


How to make Hollandaise sauce:
1. In a saucepan, add white vinegar, white wine, and cayenne pepper. Slow cook until the mixture decrease to the half amount. Remove from the heat. Strain through the fine-mesh.

2. Melt salted butter in a saucepan until it separate into 2 layers. Use only the clear butter oil on top.

3. Whisk egg yolks and white vinegar together with double boiled technique. Whisk until the sauce is creamy and light in color. Remove from the heat. Add the butter oil bit by bit. Add lemon juice in to the sauce. Mix well.

How to poach an egg:

1. Use a saucepan. Add water and wait until water is boiling. Add white vinegar into the water.

2. Break the egg in a bowl and carefully place it in the saucepan one by one.

3. Wait until egg is cooked nicely approximately 3 minutes

4. Once the eggs have been cooked they should be drained on kitchen towel to remove any excess water before serving.

5. Toast the bread in the toaster or skillet. Drizzle our toast with some olive oil over the bread.

To serve:
Serving by laying toast at the bottom, layer with sliced ham, poached egg, and finally spoon the warmed Hollandaise sauce over the egg. Top with rocket. Serve immediately.



Hope you enjoy the recipe..Bon appetit!




ที่มาสูตรอาหาร
http://www.foodcookrecipe.com/
http://cookingforhope.blogspot.com/2010/06/recipe-9-egg-benedict.html

ภาพจาก internet

Friday, June 3, 2011

แนะนำอาหารเช้า ที่ควรรับประทาน จากรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง

แนะนำอาหารเช้าที่ควรรับประทาน จากรายการ ผู้หญิงถึงผู้หญิง

Healthy Breakfast Ideas

อาหารเช้า เป็นอาหารมื้อที่สำคัญมาก เราไม่ควรอดอาหารเช้า และให้แน่ใจว่าคุณได้ทำอาหารเช้าที่เหมาะสม ให้กับตัวคุณเองได้รับประทานอย่างมีประโยชน์ และเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือบางคนอาจจะกินอะไรที่เยอะมากไป ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดี เพราะนอกจากจะเกินความต้องการของร่างกายแล้ว ก็อาจจะทำให้คุณน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ฉะนั้นคุณควรพิจารณาอาหารเช้าที่ไม่มันจนเกินไป และมีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เป็นธัญพืชต่างๆ จะดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น

แนะนำอาหารเช้าที่ควรรับประทาน จากรายการ ผู้หญิงถึงผู้หญิง (วันที่ 1 มิถุนายน 2554)

Tuesday, December 8, 2009

อาหารเช้าเพื่อสุขภาพ (Healthy breakfast)

Breakfast (literally meaning "breaking the fast" of the night) is the first meal taken after rising from a night's sleep, most often eaten in the early morning before undertaking the day's work. Among English speakers, "breakfast" can be used to refer to this meal, or, less commonly, to refer to a meal composed of traditional breakfast foods (eggs, oatmeal, sausages, etc) served at any time of day.

Breakfast foods vary widely from place to place, but often include a carbohydrate such as grains, fruit and/or vegetable, protein, dairy, and beverage. Coffee, tea, juice, cereal, pancakes, sausages, bacon, sweet breads, fresh fruit, vegetables, eggs, baked beans, muffins, crumpets and toast with butter and/or jam are common examples of breakfast foods, though a large range of preparations and ingredients are associated with breakfast globally.

อาหารเช้าเพื่อสุขภาพ (Healthy breakfast)
Honey muesli with raspberries & hazelnuts

Method

1. Mix oats, orange juice and 300ml/½ pint cold water in a bowl. Cover with cling film and leave in the fridge overnight.
2. The next morning, stir in the yogurt, honey and lemon zest. Quarter and core the apples, grate them in and stir well. Spoon into bowls and top with raspberries and toasted hazelnuts. Pour on a little single cream, if you like.

Nutrition per serving:
274 kcalories, protein 8g, carbohydrate 43g, fat 9 g, saturated fat 1g, fibre 5g, sugar 6g, salt 0.09 g

recipe credit: http://www.bbcgoodfood.com
Nutritional experts have referred to breakfast as the most important meal of the day, citing studies find that people who skip breakfast are disproportionately likely to have problems with concentration, metabolism, and weight.

When eating a healthy breakfast, you are more likely to:
  • Eat more vitamins and minerals
  • Have better concentration and productivity throughout the morning
  • Control your weight
  • Have lower cholesterol, which may reduce your risk of heart disease
  • Meet the daily recommended nutrient requirements
  • Have better problem-solving skills and increased alertness

อาหารเช้าเพื่อสุขภาพ

การได้ทราบว่า หลักการทานอาหารเช้าอย่างถูกวิธีนั้น เป็นสิ่งที่ดีและเป็นกำไรชีวิตอย่างดียิ่ง เนื่องจากหากเรารู้เคล็ดลับแล้ว การทำตามเคล็ดลับ เพื่อนำไปสู่ความสาว สุขภาพดีก่อนใคร ย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว เพื่อนๆ หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าแล้วเราจะต้องทานอะไรล่ะ ถึงจะเรียกว่า รู้เคล็ดลับการทานอาหาร ที่เรียบง่าย แต่ทรงคุณค่า หรือ ได้สมดุลตามที่ร่างกายต้องการ วันนี้มีรายการอาหารเช้าเพื่อสุขภาพมาฝากกันค่ะ 5 อย่างต่อไปนี้คือทางเลือกใหม่สำหรับสาวๆ หรือหนุ่มๆ ที่ไม่มีเวลาทำอาหารเช้า แต่อยากรักษาสุขภาพให้สมดุล

ขนมปังปิ้ง
อาหารเช้ายอดฮิตที่ใช้เวลา ปรุงเพียงแค่ 2 นาทีเท่านั้น แถมยังมีเมนูหลากหลายให้เลือกไม่สิ้นสุด ขนมปังปิ้งกับแยมรสโปรดก็ใช่ ขนมปังปิ้งทาเนยก็ชอบ หรือจะเป็นขนมปังปิ้งจิ้มน้ำผึ้งก็ไม่เลว แต่เพื่อสุขภาพที่ดีมากขึ้นควรเลือกขนมปังโฮลวีทหรือ ขนมปังธัญพืชเป็นส่วน ประกอบหลัก The American Dietetic Association ให้คำแนะนำว่าใน 1 วัน ควรรับประทานขนมปัง เพื่อสุขภาพอย่างน้อย 3 แผ่น และการรับประทานขนมปังโฮลวีท กับเนยถั่วยังทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้นด้วย

ผลไม้สด
ผลิตผล จากธรรมชาติที่เปี่ยมไปด้วยไฟเบอร์และวิตามินอันทรงคุณค่า เหมาะกับชั่วโมงเร่งด่วนยามเช้าเป็นอย่างยิ่ง ส้ม 1 ผลให้สารไฟเบอร์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย 3 กรัม โปรตีน 1 กรัม และพลังงานจำนวน 60 แคลอรี กล้วย 1 ลูกนอกจากจะอุดมไปด้วยไฟเบอร์แล้ว ยังมีธาตุโพแทสเซียม ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของแรงดันโ ลหิตอีก 400 มก. คราวหน้าถ้าคุณสาวๆ บอกกับตัวเองว่า ‘ไม่มีเวลากินอาหารเช้า' อีกละก็แค่เดินไปเปิดตู้เย็น หยิบแอปเปิลมากัดสักสองสามคำ ร่างกายก็จะได้รับสารไฟเบอร์ไป 4 กรัม และพลังงานอีก 60 แคลอรีเพียวๆ โดยไม่เสียเวลาแต่อย่างใด

อาหารเช้าเพื่อสุขภาพ (Healthy breakfast)ซีเรียล
แม้จะเป็นอาหารที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก แต่ซีเรียลก็เป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่สะดวกและเปี่ยม ไปด้วยคุณค่าทาง โภชนาการที่เหมาะกับยามเช้าอันแสนเร่งรีบ แค่รับประทานซีเรียลผสมนมพร่องมันเนยถ้วยเดียวคุณก็ไ ด้รับธาตุไฟเบอร์แบบเต็มๆ ไปแล้วอย่างน้อย 4 กรัม น้ำตาลอีก 10 กรัม แถมไขมัน 0% อีกต่างหาก

เครื่องดื่มจำพวกสมู้ทตี้
อาหารเช้าอันแสนเพอร์เฟคสำหรับสาวที่ไม่ชอบ เคี้ยว ถ้าคุณมีเวลาชงกาแฟแล้วละก็ขอแนะนำให้คุณหันมาดื่มเค รื่องดื่มจำพวกนี้แทนดี กว่า แค่เอาผลไม้ที่เหลือในตู้เย็นเติมนมไปนิด น้ำแข็งสักก้อนสองก้อนมาปั่นรวมกัน ก็ได้อาหารเพื่อสุขภาพแล้ว แถมยังได้ความสดชื่นเป็นโบนัสยามเช้าอีกด้วย

ข้าวโอ๊ต
สุดยอดอาหารมหัศจรรย์ที่ใช้เวลาปรุงเพียงแค่ 5 วินาทีเท่านั้น เพียงเติมน้ำร้อนก็พร้อมรับประทาน ข้าวโอ๊ต 1 ซองอุดมไปด้วยธาตุไฟเบอร์ 3 กรัม และให้พลังงาน 150 แคลอรี แถมยังช่วยลดคอเลสเทอรอล และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจด้วย

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : นิตยสาร first magazine


Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...