Showing posts with label กินหวาน. Show all posts
Showing posts with label กินหวาน. Show all posts

Wednesday, April 18, 2012

หวานเป็นลม ขมเป็นยา (Bitter pills may have sweet effect)

หวานเป็นลม ขมเป็นยา บรรพบุรุษไทยเปรียบเปรยไว้ว่า แม้รสชาติหวานจะน่าติดใจแต่ก็อาจจะนำมาซึ่งโทษและภัยสารพัด ในขณะที่รสชาติขม เช่น บอระเพ็ด แม้รสชาติจะไม่น่าพิสมัยในเบื้องต้น แต่ก็นำมาซึ่งประโยชน์ต่อสุขภาพ เปรียบเสมือนคำชมหวานหูมักไร้สาระทำให้ลืมตัวขาดสติ แต่คำติซึ่งมักจะไม่ค่อยจะไพเราะเสนาะหูในเบื้องต้น มักเป็นประโยชน์ทำให้ได้คิด

การรับประทานหวาน อีกนัยหนึ่งคือรับประทานน้ำตาลมากเกินไป ก่อให้เกิดโรคที่เนื่องมาจากความอ้วนทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง กลุ่มอาการผิดปกติทางเมตาบอลิซึ่ม โรคข้อ มะเร็งบางชนิด และอื่นๆ อีกมากมาย


หวานแค่ไหน...ถึงจะพอเหมาะ
หวานเกินไปใช่จะดี หวานน้อยไปก็พานจะทำให้คนบางคนรับประทานอาหารไม่อร่อยลิ้นเอาเสียเลย ถ้าเช่นนั้น อะไรเล่าคือทางสายกลาง?สมาคมโรคหัวใจของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของความหวานหรือน้ำตาล (แสดงว่ากินหวานมากเกินไป...ส่งผลต่อหัวใจได้เช่นกัน) และได้แนะนำไว้ว่า สำหรับคุณผู้หญิงควรจำกัดการบริโภคน้ำตาลให้ไม่เกินวันละ 25 กรัม (หรือประมาณ 6 ช้อนชา) ในขณะที่คุณผู้ชายรับประทานได้มากกว่านิดหน่อยคือไม่เกิน 37.5 กรัมต่อวัน (หรือประมาณ 9 ช้อนชา)


เรื่องจริง....ในชีวิตประจำวัน
อ่านดูแล้วอาจจะรู้สึกประหลาดใจว่า ทำไมให้รับประทานน้ำตาลได้เยอะขนาดนั้นในวันหนึ่งๆ จริงๆ แล้วคนอเมริกันส่วนใหญ่รับประทานเกิน (คนไทย หมอหาสถิติไม่เจอ แต่ถ้าดำรงชีวิตแบบประเทศทางตะวันตก หรือรับประทานขนม แม้จะเป็นขนมไทยเป็นประจำ ก็คงไม่แตกต่างกันเท่าไร) แค่น้ำอัดลม 1 กระป๋องจะมีน้ำตาลอยู่ประมาณ 30 กรัม หรือ 7 ช้อนชา ซึ่งก็เกินไปสำหรับปริมาณน้ำตาลที่แนะนำให้คุณผู้หญิงรับประทานในแต่ละวัน


มีไหม...น้ำตาลดีๆ
น้ำตาลที่มากับผลิตผลตามธรรมชาติ เช่น น้ำตาลฟรุกโตสที่มากับผลไม้ หรือน้ำตาล แล็กโทสที่มากับผลิตภัณฑ์นม พวกนี้เป็นแหล่งน้ำตาลธรรมชาติที่มีอยู่ในอาหาร ผู้ที่รับประทานก็จะได้ประโยชน์จากผลิตผลตามธรรมชาตินั้นนอกเหนือไปจากตัวน้ำตาลเอง ซึ่งโดยปกติ ธรรมชาติก็จะจัดสรรมาอย่างพอเหมาะ แต่น้ำตาลที่เติมลงไปเพิ่มเติมนี่สิ เป็นตัวปัญหาที่มีแต่โทษต่อร่างกาย โดยมิได้มีประโยชน์เพิ่มเติมแต่อย่างใด


ลองดูวิธีง่ายๆ...ให้หวานลดลง
สำหรับตัวหมอเอง...เป็นคนติดหวาน จะให้หยุดความหวานเสียเลยก็ไม่ง่ายนัก เลยใช้วิธีเดินสายกลางค่อยๆ ปรับตัวเองให้ชินกับความหวานน้อยลงไปเรื่อยๆ เช่น ค่อยๆ ปรับเติมน้ำตาลในกาแฟ 2 ช้อน เป็น 1 ช้อนครึ่ง และปัจจุบันเหลือไม่ถึงช้อนชา ตั้งใจจะให้เหลือ 1/2 ช้อนชา รวมทั้งรับประทานขนม เป็นคำ ไม่ใช่เป็นถ้วยหรือเป็นชิ้นใหญ่ เติมน้ำตาลในอาหารต่างๆ ลดลง และใช้ความหวานจากธรรมชาติปรุงแทน เช่น ผลไม้ที่มีรสหวาน และลดการปรุงเพิ่มเติมบนโต๊ะ เช่นเวลารับประทานก๋วยเตี๋ยว ลดการดื่มน้ำอัดลมหรือน้ำหวาน เรียกว่านานๆ ถึงจะดื่มสักครั้ง


น้ำตาลเทียม...ทางเลือกหรือ...ทางไม่ควรเลือก
ถึงแม้ว่ายังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าน้ำตาลเทียม ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ แต่ทางการแพทย์เองก็มิได้สนับสนุนให้มีการใช้น้ำตาลเทียมเป็นกิจวัตรโดยไม่จำเป็น สำหรับความเห็นส่วนตัวของหมอ อะไรที่เป็นธรรมชาติน่าจะดีกว่าสารสังเคราะห์ ลองปรับความหวานลดลงแบบธรรมชาติ โดยลด/เลิกการรับประทานหรือเติมน้ำตาล และหันมาใช้ความหวานจากผัก ผลไม้แทน ที่สำคัญบริโภคในปริมาณพอเหมาะจะดีกว่า หวานจะได้ไม่เป็นลมไงค่ะ


credit: นิตยสาร woman plus


Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...