Showing posts with label นมถั่วเหลือง. Show all posts
Showing posts with label นมถั่วเหลือง. Show all posts

Monday, August 27, 2012

อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย

มารู้กันก่อนว่า "ธาลัสซีเมีย" คืออะไร - โรคธาลัสซีเมีย หรือโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย (Thalassemia) เป็นโครเลือดจางที่เกิดจากความผิดปกติของสารประกอบในเม็ดเลือดแดง เป็นความผิดปกติในระดับ gene ซึ่งมีหลายชนิดและความรุนแรงหลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับความผิดปกติในระดับ ยีน (gene) ของผู้ป่วยว่าเป็นแบบไหนค่ะ

ทำไมผู้ป่วยธาลัสซีเมียจึงมีธาตุเหล็กมากทั้ง ๆ ที่เป็นโรคเลือดจาง ควรรับประทานอาหารประเภทใด และงดอาหารประเภทใดบ้าง?

ผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย มีธาตุเหล็กในร่างกายมากกว่าคนปกติ เพราะแม้ว่าธาตุเหล็กจะถูกขับอกจากรางกายได้เท่าเทียมคนปกติ แต่เนื่องจากเม็ดเลือดแดงในร่างกายของผู้ที่เป็นโรคนี้อายุสั้น แตกง่าย ในเม็ดเลือดแดงมีธาตุเหล็กอยู่ จึงปลดปล่อยตกค้างภายในร่างกาย นอกจากนั้นภาวะซีดทำให้ลำไส้ดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารเพิ่มมากกว่าปกติ และยิ่งมีการให้เลือดด้วยเมื่อเม็ดเลือดแดงที่ได้รับเสื่อมตายไปในร่างกาย เหล็กจากเม็ดเลือดแดงเหล่านั้นก็จะตกค้างสะสมอยู่ในร่างกายเพิ่มขึ้น

ผู้ป่วยโรคนี้ควรรักษาสุขภาพอนามัยให้ดี เพราะถ้าเจ็บป่วยไม่สบายบ่อย ๆ จะทำให้ยิ่งซีดลงกว่าเดิม ทำให้รับเลือดบ่อยขึ้น เหล็กสะสมก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เป็นผลเสียต่ออวัยวะต่าง ๆ ตามไปด้วย คนที่เป็นโรคธาลัสซีเมีย เมื่อเม็ดเลือดแดงแตกเร็ว ร่างกายก็จะพยายามสร้างเม็ดเลือดแดงใหม่ขึ้นมาแทน สร้างมากและสร้างเร็วกว่าคนปกติหลายเท่า ฉะนั้นควรรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ มีโปรตีนสูง

อาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วย โรคธาลัสซีเมีย คือ อาหารคุณภาพดีที่ให้โปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ไข่ นม และอาหารที่มีวิตามินที่เรียกว่า "โฟลิค" อยู่มาก ได้แก่ ผักต่าง ๆ ผักสด ผลไม้สด ตามฤดูกาล ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือด

ส่วนอาหารที่ผู้ป่วย โรคธาลัสซีเมีย ควรหลีกเลี่ยง คือ อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องในสัตว์ โดยเฉพาะตับและเลือด กุ้ง หอยแมลงภู่ หอยนางรม และสาหร่ายทะเลที่มีธาตุเหล็กสูงกว่าเนื้อสัตว์ 3-8 เท่า และ ผักบางชนิดที่ให้ธาตุเหล็กอยู่ เช่น เช่น ผักกูด มะเขือพวง ผักโขม ใบชะพลู ดอกแค ใบตำลึง เป็นต้น รวมถึงอาหารเผ็ด และอาหารที่ย่อยยากด้วย

** อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม "ผักที่มีธาตุเหล็ก" » **



แต่หากมีการรับประทานอาหารที่เหล็กสูงเข้าไป อาจดื่มเครื่องดื่มประเภท ชา และ นมถั่วเหลือง เพื่อไปช่วยลดการดูดซึมธาตุเหล็กได้ ที่สำคัญ ไม่ควรซื้อวิตามิน แร่ธาตุ หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมารับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์


สรุปข้อควรปฏิบัติ สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคธาลัสซีเมีย

1. รับประทานอาหารวันละ 3 มื้อ หลีกเลี่ยงอาหารรส หวานจัด เค็มจัด และอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง

2. รับประทาน ไข่ นม เต้าหู้ หรือนมถั่วเหลืองมากๆ (ควรดื่มนมทุกวัน วันละ 2-3 กล่อง)

3. รับประทานผักสด ให้ได้ปริมาณประมาณมื้อละ 1 ทัพพี, รับประทานผลไม้ทุกวัน

4. ดื่มน้ำชาหลังอาหาร เพื่อลดการดูดซึมธาตุเหล็ก จากการที่เรารับประทานอาหารบางชนิดเข้าไป เพราะอาหารบางชนิดจะมีธาตุเหล็กสูงกว่าอาหารบางประเภท ผู้ป่วยจึงต้องดื้นน้ำชาหลังอาหาร เพื่อช่วยลดธาตุเหล็ก และยังทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องใข้วิธีการขับเหล็กที่แสนจะทรมาน

5. ควรตรวจฟันทุก 6 เดือน เนื่องจากฟันผุง่าย ผู้ที่ป่วยเป้รโรคนี้ จะมีกระดูกและฟันที่ผุได้ง่าย ดังนั้นควรแปรงฟันทุกวัน และหมั่นไปพบแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพกระดูกและฟัน อย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน

6. ควรนอนอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง และ ออกกำลังกายทุกวัน วันละ 15-30 นาที แต่ควรหลีกเลี่ยงกีฬาที่มีโอกาสกระทบกระแทกรุนแรง

7. หลีกเลี่ยงการทำงานหนัก หรือการเล่นกีฬาที่รุนแรง เพราะผู้ป่วยบางรายงายมี ม้ามโต ตับโต ถ้ากระแทกอะไรแรงๆ อันถึงม้ามและตับแตกได้ และถ้าเกิดอุบัติเหตุเลือดจะไหลไม่หยุด

8. ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เลือดหมู เลือดไก่ เครื่องในสัตว์ ตับ และผักบางชนิดที่มีธาตุเหล็กสูง

9. ห้ามรับประทานยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็กทุกชนิด เพราะจะทำให้มีธาตุเหล็กสะสมในร่างกายมาก และเร็วกว่าที่ควร ดังนั้นควรทานยาตามที่แพทยืสั่งเท่านั้น ห้ามซื้อยารับประทานเองโดยเด็ดขาด

10. ไม่ควรปล่อยให้ตนเองมีไข้สูง เพราะขณะมีไข้เม็ดเลือดจะแตกเร็วกว่าปกติ ถ้าไม่สบาย และมีไข้ขึ้น ควรไปพบแพทย์แต่เนิ่นๆ

11. รับประทานยาเสริมโฟเลท วันละ 1 เม็ด เนื่องจากโฟเลทเป็นสารที่จำเป็นในการสร้างเม็ดเลือดแดง เพราะร่างกายมีการสร้างเม็ดเลือดแดงมากกว่าปกติ เพื่อมาชดเชยเม็ดเลือดแดงที่อายุสั้นลง ดังนั้นควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง เพื่อเป็นการดูแลรักษาตนเอง

12. ถ้ามีอาการปวดท้องที่บริเวณชายโครงขวาอย่างรุนแรง มีไข้ และตาขาวมีสีเหลืองมากขึ้น ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะผู้ป่วยบางประเภทจะมีอาการของโรคแทรกซ้อนได้ง่าย เช่น เป็นนิ่วในถุงน้ำดี

Monday, September 12, 2011

นมถั่วเหลือง (Soybean Milk) VS นมวัว (Cow Milk)


นมถั่วเหลือง กับ นมวัว นมชนิดไหนมากคุณค่ามากกว่ากัน? (Soybean Milk VS Cow Milk)

นมถั่วเหลืองเรียกได้ว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ คนวัยทำงานหลายๆคนดื่มนมถั่วเหลืองเป็นอาหารเช้า เพราะด้วยความรีบเร่งในการไปทำงานในตอนเช้า นมถั่วเหลืองสามารถช่วยให่อิ่มท้อง อีกทั้งยังมีสารอาหารมากมาย นมถั่วเหลืองยังเป็นอาหารสำหรับผู้ที่ชอบกินเจ หรือ มังสวิรัติอีกด้วย

นมถั่วเหลือง มีโปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ ไขมัน ไขมันจากนมถั่วเหลืองเป็นไขมันชั้นดี เพราะประกอบด้วย กรดไขมันไม่อิ่มตัว ในอัตราส่วนที่สูง และมีประโยชน์ต่อการบริโภค ซึ่งกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวชนิดนี้ สามารถลดปริมาณโคเลสเตอรอล (Cholesteral) ในเส้นเลือดได้ ป้องกันการสะสมของไขมันในหลอดเลือดชั้นในอันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรค หัวใจและความดันโลหิตสูง คาร์โบไฮเดรต ในนมถั่วเหลืองประกอบด้วย อาหารประเภทแป้งและน้ำตาล ซึ่งตัวที่ให้พลังงานแก่ร่างกายและสมอง วิตามิน ถั่วเหลืองถือว่าเป็นแหล่งวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินบีรวม จะพบค่อยข้างสูง นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอ, วิตามินอีด้วย และพบวิตามินดีและวิตามินซี บ้างเล็กน้อย ซึ่งวิตามินเหล่านี้ จะทำให้มีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วยบ่อย ๆ มีความสดชื่น แจ่มใส ผิวพรรณผ่องใส ดวงตาเป็นประกายสวยงาม เกลือแร่ ซึ่งแร่ธาตุส่วนใหญ่ที่พบคือ โปแตสเซียมฟอสฟอรัส, แมกนีเซียม, โซเดียม เป็นต้น จะทำให้สุขภาพดี ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง

ดื่มนมถั่วเหลืองเพียง 1 แก้ว เราก็สามารถรับสารอาหารได้เกือบจะครบทั้ง 5 หมู่ ใช้ดื่มเป็นอาหารว่างก็ได้ หรือดื่มแทนมื้ออาหารก็ได้ ทานควบคู่กับขนมปังโฮลวีทได้ เพียงแค่นี้เราก็มีมื้อเช้าง่ายๆ รวดเร็ว หรือทานเป็นอาหารว่างได้

นมถั่วเหลือง ดีกว่า นมวัว จริงหรือ?

"ที่เค้าว่านมถั่วเหลืองดีอย่างโน้นอย่างนี้ แถมราคาก็ถูกกว่านมวัว แล้วอย่างนี้เราจะหันมาดื่มนมถั่วเหลืองแทนนมวัวซะเลยจะดีไหม"

คำถามนี้เคยเกิดขึ้นในใจ คุณบ้างรึเปล่า? วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยที่ว่านี้กันให้ชัดๆ เลย

ในเรื่องของโปรตีน
ถ้าทำน้ำถั่วเหลืองจากสูตร ถั่วเหลือง 1 ส่วนต่อน้ำ 8 ส่วน จะได้โปรตีนใกล้เคียงกับนมวัว คือ ดื่มนมถั่วเหลือง 1 แก้ว (200 มิลลิลิตร) จะได้โปรตีน ประมาณ 6 กรัม (นมวัว 1 แก้ว จะได้โปรตีนประมาณ 7 กรัม) แต่คุณภาพโปรตีนในนมวัวมีความสมบูรณ์ของกรดอะมิโนที่เป็นส่วนประกอบของโปรตีนดีกว่าโปรตีนจากถั่วเหลืองที่มาจากพืช แต่คุณภาพของโปตีนในนมถั่วเหลือง ก็สามารถเสริมให้ดีขึ้นได้ ด้วยการเติมเครื่องต่างๆ อย่างที่นิยมกัน เช่น ลูกเดือย สาคู ถั่วแดงลงไป ได้ทั้งความอร่อยแถมคุณค่าของโปรตีนสมบูรณ์ขึ้น

ในเรื่องของพลังงาน

พลังงานที่ได้จากนมวัวจะมีไขมันมากกว่านมถั่วเหลืองถึง 2 เท่า คือ นม วัว 1 แก้วจะให้พลังงาน ประมาณ 170 แคลอรี่ ส่วนนมถั่วเหลืองจะให้เพียง 80 แคลอรี่ เท่านั้น แต่คนที่ดื่มนมถั่วเหลืองเติมน้ำตาลมาก จนมีรสหวานกว่านมสดรสหวาน ก็จะได้พลังงานทั้งหมดพอๆ กัน แม้ว่านมถั่วเหลืองจะให้แคลเซียมที่น้อยกว่านมวัว แต่ให้ ธาตุเหล็ก และ วิตามินบีหนึ่ง(B1) ที่มากกว่า

เราดื่มนมถั่วเหลืองทดแทนนมวัวไม่ได้ เพราะ จะมีแคลเซียมน้อยกว่านมวัวอยู่มาก แต่หากมีการเสริมแคลเซียมลงในนมถั่วเหลือง ก็เท่ากับว่าเสริมคุณค่าทางโภชนาการให้สมบูรณ์มากขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการดื่มนมถั่วเหลืองเป็นอาหารเสริมก็ควรดื่ม วันละ 1-2 แก้ว

หากเป็นนมถั่วเหลืองธรรมดา ที่ไม่ได้มีการเสริมแคลเซียม ขอแนะนำให้ดื่มนมวัวบ้างประมาณวันละ 1-2 แก้ว สำหรับผู้ใหญ่ หรือ 2-3 แก้วสำหรับเด็ก เช่นเดียวกับหญิงมีครรภ์หรือให้นมบุตร เพื่อจะได้แคลเซียมอย่างเพียงพอกับความต้องการของร่างกายในสภาวะนั้นๆ


credit:
http://www.121easy.com/
http://www.jepata.com/
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...