Showing posts with label อาหารสุขภาพ. Show all posts
Showing posts with label อาหารสุขภาพ. Show all posts

Friday, December 23, 2011

อาหารต้านความเครียด (Food for Relaxation)

Article : รศ.ดร.ภญ.อรอนงค์ กังสดาลอำไพ

นอกจากพักผ่อน ท่องเที่ยว ออกกำลังกาย หรือทำงานอดิเรกแล้ว อาหารที่เรากินอยู่ทุกวันก็มีส่วนช่วยต้านความเครียดได้

โดยทั่วไปเมื่อพูดถึงความเครียดจะหมายถึงความเครียดทางจิตใจ แต่ในภาวะมีไข้สูง ติดเชื้อ ได้รับบาดแผล หรือผ่าตัดก็มีความเครียดเกิดขึ้นเช่นกันแต่เป็นความเครียดทางร่างกาย ในภาวะเครียดร่างกายจะตอบสนองโดยการหลั่งฮอร์โมนหรือสารบางชนิดซึ่งมีผลทำให้ระบบการย่อยอาหารผิดปกติ ไขมันในเลือดและความดันโลหิตสูงขึ้น มีการใช้สารอาหารที่สะสมในร่างกาย ยิ่งเครียดมากสารอาหารที่ถูกสะสมไว้ก็จะถูกดึงมาใช้มาก ร่างกายจะสูญเสียสารอาหารหลายชนิดไปกับปัสสาวะเพิ่มขึ้นจึงทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย หมดแรง นอนไม่หลับ ทำให้เกิดความเครียดทางร่างกายมากขึ้น หากมีความเครียดสะสมจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือหลอดเลือดในสมองแตกได้

"ซีโรโทนิน" สารสื่อประสาทต้านเครียด

การมีสารสื่อประสาทในสมองที่ชื่อว่า ซีโรโทนิน (serotonin) อย่างเพียงพอจะช่วยให้อารมณ์ดี รู้สึกผ่อนคลายและสงบ แต่ในภาวะเครียดซีโรโทนินจะลดลง ทำให้นอนไม่หลับ หงุดหงิด ขาดสมาธิ และซึมเศร้า สารนี้สังเคราะห์มาจากกรดอะมิโนจำเป็นที่ชื่อว่า ทริปโตแฟน (tryptophan) ที่อยู่ในสมอง ปกติร่างกายจะได้รับกรดอะมิโนรวมทั้งทริปโตแฟนจากอาหารประเภทโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่วเหลือง ปลา เป็นต้น

อาหารกับความเครียด สัมพันธ์กันอย่างไร?

อาหารอาจลดหรือเพิ่มความเครียดให้กับร่างกายได้ขึ้นกับชนิดของอาหาร เริ่มด้วยตัวเอกอย่างคาร์โบไฮเดรตกันก่อน กล่าวคือ ปริมาณซีโรโทนินในสมองขึ้นกับปริมาณกรดอะมิโนทริปโตแฟนที่ผ่านจากเลือดเข้าไปในสมอง การกินคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว แป้ง ขนมปัง น้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงขึ้น ซึ่งจะไปกระตุ้นการหลั่งอินซูลินที่มีฤทธิ์ให้ร่างกายดึงกรดอะมิโนตัวอื่นๆ ไปใช้ ทำให้มีกรดอะมิโนที่จะแย่งกับทริปโตแฟนในการผ่านเข้าสมองน้อยลง ทริปโตแฟนจึงผ่านเข้าสมองได้มากและถูกเปลี่ยนเป็นซีโรโทนินได้มากขึ้น ส่งผลให้รู้สึกผ่อนคลายความตึงเครียดลง

นอกจากนี้การที่สมองจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยพลังงานจากกลูโคสเท่านั้นแม้กระทั่งในระหว่างนอนหลับก็ตาม ร่างกายจึงจำเป็นต้องได้รับคาร์โบไฮเดรตเพื่อให้ย่อยสลายเป็นกลูโคส คาร์โบไฮเดรตที่ได้ควรถูกย่อยและดูดซึมช้าๆ เพื่อให้คงระดับกลูโคสในเลือดโดยควรมาจากธัญญาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ขนมปังที่ทำจากแป้งหรือข้าวสาลีทั้งเมล็ด (whole wheat bread) ซึ่งยังเป็นแหล่งของวิตามินบีและแร่ธาตุที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญกลูโคสไปเป็นพลังงานด้วย ส่วนธัญญาหารที่ผ่านการขัดสีหรือน้ำตาลนั้นร่างกายจะย่อยและดูดซึมอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับกลูโคสสูงขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เนื่องจากไม่มีกลูโคสที่จะถูกดูดซึมเพิ่มขึ้น โดยพบว่าคนที่มีความเครียดไม่ว่าจากสิ่งแวดล้อม บรรยากาศ ช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือช่วงที่กำลังเลิกบุหรี่ จะมีความต้องการคาร์โบไฮเดรตมากขึ้น ในคนที่ลดน้ำหนักโดยการลดคาร์โบไฮเดรต จะพบว่ามีระดับซีโรโทนินในสมองลดลงจึงมีอาการเครียดและซึมเศร้า

นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโอเมก้า 3 ช่วยให้อารมณ์ดี ลดความเครียด วิตามินบี 6 ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย เครียด ซึมเศร้า โฟเลตและวิตามินบี 12 ช่วยลดความเครียดในผู้สูงอายุได้

ขาด = เครียด

การสร้างฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายจำเป็นต้องอาศัยสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุร่วมด้วย ดังนั้นการขาดสารอาหารที่เกี่ยวข้องจะส่งผลต่อความเครียดได้ เช่น การขาดโฟเลตมีผลให้ระดับซีโรโทนินในสมองลดลง ในทางกลับกันความเครียดก็มีผลให้ร่างกายสูญเสียวิตามินซีออกมาทางปัสสาวะเพิ่มขึ้น

เห็นความสัมพันธ์ระหว่างอาหารกับความเครียดแล้ว ลองมาดูวิธีกินอาหารต้านเครียดต่อไปนี้

1. กินอาหารอย่างสมดุล คือกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และกินอย่างน้อยวันละ 3 มื้อ เพื่อให้คงระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด โดยเฉพาะอาหารเช้าเนื่องจากการอดอาหารมาตลอดคืนจะทำให้ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดลดลง และคาร์โบไฮเดรตที่รับประทานในตอนเช้าควรเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น แป้ง ข้าว ขนมปัง ถ้าเป็นชนิดไม่ผ่านการขัดสีจะดี หลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตที่เป็นพวกน้ำตาลเนื่องจากจะถูกย่อยและดูดซึมอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดจึงสูงขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น

2. อาหารทุกมื้อต้องมีโปรตีนในปริมาณที่ไม่มากเกินไป โดยอาจเลือกกินเนื้อไก่ ไข่ ปลา ถั่ว นม เนยแข็ง ถั่วเหลือง หรือเต้าหู้ ถ้าเป็นเนื้อสัตว์ก็ควรกินในแต่ละมื้อประมาณ 2-3 ช้อนกินข้าว ซึ่งเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

3. ในแต่ละมื้อไม่ควรกินอาหารที่มีไขมันสูงหรือกินอาหารปริมาณมาก เนื่องจากอาหารจะอยู่ในกระเพาะอาหารนานขึ้น เลือดต้องมาเลี้ยงกระเพาะอาหารเป็นเวลานานจึงมีเลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง ส่งผลให้ไม่สดชื่นและง่วงนอน

4. กินปลาสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง นอกจากปลาจะเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่ดีแล้ว ยังเป็นแหล่งของไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโอเมก้า 3 อีกด้วย

5. กินผักและผลไม้เป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินบี โฟเลต วิตามินซี และใยอาหารอย่างเพียงพอ

6. ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว โดยค่อยๆ ดื่มตลอดวัน เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งจะทำให้ปากแห้ง ผิวแห้ง อ่อนเพลีย และมึนงงได้

7. งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม คาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นและเพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร เพิ่มความเครียดทางร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีความเครียด ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการซึมเศร้าได้ นอกจากนี้คาเฟอีนยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะส่งผลให้ไตต้องทำงานหนักขึ้น

8. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะมีฤทธิ์ในการกดประสาท เมื่อดื่มเป็นระยะเวลานานจะทำลายเซลล์สมอง และทำให้ร่างกายขาดวิตามินบี

การจะลดความเครียด นอกจากรับประทานอาหารให้สมดุลแล้ว ยังควรปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สมองปลอดโปร่ง อารมณ์ดี ซึ่งจะช่วยให้สุขภาพดี นอกจากนี้ควรทำจิตใจให้สงบ หาเวลาให้ร่างกายและจิตใจได้พักบ้าง



credit: http://www.healthtoday.net/

Friday, September 23, 2011

สลัดเต้าหู้ เมนูสุขภาพ (Salad Tofu)


สลัดเต้าหู้ (Salad Tofu)

ส่วนผสมสลัดเต้าหู้

เต้าหู้ขาวชนิดแข็ง 1 ก้อน

ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา

น้ำมันมะกอก 1 ถ้วย

ผักสลัด(หรือผักกูดหั่นท่อน ฟักแม้วหั่นบางลวก) 1 ชาม

แตงร้านปอกเปลือกหั่นแว่น ¼ ลูก

มะเขือเทศเชอร์รี่ 4-6 ลูก

เห็ดเข็มทอง 4-6 ดอก

ผักโต่วเหมี่ยว 5-10 ต้น

หอมเล็กหั่นแว่น 1-2 หัว

ผักชีซอย 1 ต้น

พริกชี้ฟ้าแดงซอย 1 เม็ด

วิธีทำสลัดเต้าหู้

1. ล้างเต้าหู้ หั่นเป็นสี่เหลี่ยมบาง คลุกเคล้ากับซีอิ๊วขาวในชามผสม

2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันมะกอกลงไป ใช้ไฟปานกลาง ทอดเต้าหู้จนเหลือง ตักใส่ตะแกรงพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน

3. จัดผักทั้งหมดใส่จาน วางเต้าหู้ ราดน้ำสลัด คลุกเคล้าให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ

ส่วนผสมน้ำสลัด

เนื้อมะกอกดำหั่นเป็นชิ้นเล็ก 2 ผล

มัสตาร์ดผง ½ ช้อนชา

เกลือป่น ½ ช้อนชา

น้ำตาลทรายแดง 1-2 ช้อนชา

น้ำส้มสายชู 1-2 ช้อนชา

น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ

พริกไทยป่น ¼ ช้อนชา

วิธีทำน้ำสลัด

คลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน



credit: http://www.foodcookrecipe.com/สลัดเต้าหู้

Sunday, September 4, 2011

8 สุดยอดอาหารเพื่อหัวใจแข็งแรง (Top 8 Heart-Healthy Foods)

8 สุดยอดอาหารเพื่อหัวใจแข็งแรง (Top 8 Heart-Healthy Foods)


โรคหัวใจ เป็นสาเหตุการตายที่สำคัญในปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้เนื่องจาก พฤติกรรมการบริโภคของคนไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ๆ ได้ถูกอิทธิพลของสังคมตะวันตกเข้ามาครอบงำ นิยมการบริโภคอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ด เช่น พิซซา ไก่ทอด เฟรนซ์ฟรายส์ แฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งอาหารเหล่านี้มีไขมันในปริมาณที่สูง โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว และไขมันชนิด trans fat ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน

ผู้ป่วยโรคหัวใจ โดยเฉพาะโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน ควรได้รับการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องการบริโภคอาหารอย่างเหมาะสม เพื่อมิให้โรคหัวใจลุกลามเป็นมากขึ้น เราจึงมีอาหารที่ดีต่อหัวใจมาแนะนำค่ะ


1. ชาเขียว เป็นเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์มากมาย ที่มีประโยชน์โดยตรงในการช่วยลดคอเลสเตอรอล และลดความดันโลหิต

2. ใยอาหาร การรับประทานอาหารที่มีกากใยอาหารมากขึ้นอย่างน้อยวันละ 25-35 กรัม เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ข้าวโอ๊ต ถั่ว และผักต่างๆ

3. น้ำผลไม้คั้นสด เริ่มวันใหม่ด้วยน้ำส้มคั้นสดสักแก้วสิคะ เพราะน้ำส้มคั้นอุดมไปด้วยกรดโฟลิกที่ช่วยลดระดับฮอโมซิสเตอิน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่พบว่าสัมพันธ์กับอาการหัวใจวาย หรือลองน้ำองุ่นที่มีฟลาโวนอยด์และเรสเวอราทรอล (resveratrol) สารสำคัญจากเปลือกองุ่น ที่ช่วยยับยั้งเซลล์เม็ดเลือดแดงจับเป็นก้อน ซึ่งทำให้เกิดการอุดตัน
4. ผักตระกูลกะหล่ำ แต่ละมื้อกินผักให้มากขึ้น โดยเน้นผักประเภทกะหล่ำ เช่น กะหล่ำดาว บร็อคโคลี่ และกะหล่ำปลี เพราะมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ดีต่อหัวใจ

5. ถั่วเปลือกแข็ง การศึกษาจากหลายแห่งรายงานว่าการรับประทานถั่วเปลือกแข็ง เช่น อัลมอนด์ พิสตาชิโอ วอลนัท ฮาเซลนัท สัปดาห์ละมากกว่า 150 กรัม ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ หรือโรคหัวใจวายได้ 1 ใน 3 เท่า

6. ถั่วเหลือง การรับประทานถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ น้ำนมถั่วเหลือง ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้

7. กระเทียม การรับประทานกระเทียมช่วยยับยั้งการจับตัวกันของเม็ดเลือดแดงที่จะไปอุดตันหลอดเลือดแดง กินวันละ 5-10 กลีบ ต่อวัน

8. กล้วย อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง ช่วยลดความดันโลหิตได้ ฉะนั้น นอกจากกล้วยแล้ว มันเทศหรือมันฝรั่งอบ มะเขือเทศ (ซอส) โยเกิร์ต และแคนตาลูป
นอกจากรับประทานอาหารสุขภาพเหล่านี้แล้ว การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และไม่เครียดก็ช่วยป้องกันหัวใจป่วยได้ค่ะ


credit: นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 290

Wednesday, June 1, 2011

Yin Yang : Create happiness with a balanced diet - สร้างความสุขด้วยสมดุลโภชนาการแบบ หยิน หยาง

สร้างความสุขด้วยสมดุลโภชนาการแบบ หยิน หยาง

ด้วยแนวคิดพื้นฐานของหยินหยางที่ว่า "อาหารแต่ละชนิดมีกระบวนการย่อยแตกต่างกัน" ถ้ารู้จักเลือกกินอาหารที่เข้ากัน ระบบต่างๆ ในร่างกายจะทำหน้าที่ได้เต็มที่ สามารถดูดซึมอาหาร เผาผลาญ และขับของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากเพื่อการเผาผลาญอาหารที่รับประทานเข้าไปให้มีความสมดุลแล้ว ยังส่งผลต่ออารมณ์ และจิตใจด้วย และนี่คือเคล็ดลับการเลือกกิน ดื่ม ที่จะนำมาซึ่งความงามของรูปร่าง ความอ่อนวัยของผิวพรรณ และความยั่งยืนของสุขภาพ

หยินหยางกับอาหารประเภทแป้ง

ไม่ควรกินแป้งกับอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น ไม่ควรกินขนมปังที่ทาด้วยแยมราดน้ำผึ้ง หรือโรยน้ำตาล เพราะน้ำตาลจะไปป้องกันการผลิตเอนไซม์ไทอะลินซึ่งทำหน้าที่ย่อยแป้ง ให้เลือกเป็นทาเนยที่ทำจากน้ำมันมะกอก เนยถั่ว หรือชีส

ไม่ควรกินอาหารจำพวกแป้งกับอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด จำพวกผลไม้รสเปรี้ยว น้ำส้มสายชู เช่น กินก๋วยเตี๋ยวห้ามใส่น้ำส้มสายชู เพราะจะไปขัดขวางการหลั่งเอนไซม์ไทอะลิน ซึ่งทำหน้าที่ย่อยแป้ง

หยินหยางกับอาหารประเภทโปรตีน

ไม่ควรกินโปรตีนกับอาหารที่มีไขมัน หรือน้ำตาลสูงในมื้อเดียวกัน เช่น ไม่ควรดื่มน้ำหวานหลังหรือระหว่างกินสเต็ก หรือกินกุ้งชุบแป้งทอดจิ้มน้ำสลัด หรือมายองเนส เพราะโปรตีนจะทำให้ระบบการย่อยน้ำตาลช้าลง ซึ่งน้ำตาลควรได้รับการซึมผ่านเข้าสู่ร่างกายทันทีที่กินเข้าไป และไขมันจะขัดขวางให้การย่อยโปรตีนช้าลง

ไม่ควรกินโปรตีน กับอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดจำพวกผลไม้รสเปรี้ยวในมื้อเดียวกัน เช่น กินไข่ดาว แฮม ตามด้วยน้ำส้ม เป็นต้น เพราะความเป็นกรดจะไปกำจัดการหลั่งของน้ำย่อยเปปซิน ซึ่งมีหน้าที่ย่อยโปรตีน

ไม่ควรกินโปรตีนกับแป้ง เช่น ไข่กับขนมปัง สเต็กกับเฟรนช์ฟราย เพราะความเป็นกรดและด่างที่ต่างกันมาก จะไปขัดขวางระบบการย่อยอาหาร

ไม่ควรกินโปรตีนต่างชนิดในมื้อเดียวกัน เช่น เนื้อวัวกับเนื้อไก่ หรือเนื้อหมูกับเนื้อปลา ให้เลือกกินเนื้อสัตว์ที่อยู่ในประเภทเดียวกัน เช่น เนื้อวัวกับเนื้อแกะ เนื้อไก่กับเนื้อเป็ด เนื้อปลากับเนื้อกุ้ง หรืออาหารทะเลชนิดอื่น

หยินหยางกับผลิตภัณฑ์นม และของหวาน

ไม่ควรดื่มนมหรือโยเกิร์ตพร้อมมื้ออาหาร ซึ่งจะทำให้เกิดแก๊สในช่องท้อง

ไม่ควรกินของหวานหรือผลไม้หลังมื้ออาหาร เพราะจะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง

หยินหยางกับสุขภาพในยามเช้า

การอาบน้ำชำระร่างกายในตอนเช้า ควรอาบด้วยน้ำที่อุ่นเล็กน้อย ไม่ควรที่จะให้ร่างกายที่เพิ่งตื่นนอนในตอนเช้าถูกราดรดด้วยน้ำเย็น เพราะในการพักผ่อนที่ผ่านมา ร่างกายเราอยู่ในสภาวะหยิน หรือการนอนหลับมาเป็นเวลานาน จึงต้องปรับชี่ในร่างกายด้วยการอาบน้ำอุ่นเล็กร้อน เพื่อปรับอุณหภูมิร่างกาย อย่างประมาทไปค่ะ มีปรากฎมาแล้ว ตื่นมาสดชื่นดี แต่พอเข้าไปอาบน้ำเย็นยามเช้าเกิดอาการวิงเวียน แบบหน้าจะมืด เพราะร่างกายปรับตัวไม่ทัน เรียกว่า น็อกค่ะ เช้านั้นเลยมึนงงไปทั้งวัน

ตื่นนอนตอนเช้า ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 1-2 แก้วค่ะ ถ้าเป็นน้ำอุ่นได้จะดีทีเดียว ก็เพื่อให้เกิดความเป็นหยาง น้ำเย็น น้ำผลไม้แช่เย็น ควรงด

ควรรับประทานอาหารมื้อเช้าเป็นประจำอย่าให้ขาด เพื่อให้พลังงานหยางแก่ร่างกาย ซึ่งทางการแพทย์ได้มีการยืนยันแล้วว่า มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด และมีผลต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาว หากมีเวลาควรรับประทานอาหารที่ร้อน ๆ เช่น ข้าวต้ม ข้าวต้มกระดูกหมู หรือข้าวต้มทรงเครื่อง โจ๊ก ต้มเลือดหมู เพื่อให้ร่างกายตื่นตัวได้รับสารอาหาร ช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้พร้อมทำงาน หากมีเวลาน้อย แนะนำโอวัลติน ชาร้อน เต้าฮวยน้ำขิง บัวลอยน้ำขิง น้ำเต้าหู้ และต้องทานควบคู่ไปกับปาท่องโก๋ เพราะเครื่องดื่มเป็นกลุ่มอาหารที่เป็นธาตุหยิน แต่ปาท่องโก๋จะเป็นอาหารธาตุหยาง เมื่อทานพร้อมกันจะดีต่อร่างกาย


info credit: http://www.khaosodusaonline.com

Tuesday, November 10, 2009

อาหารเพื่อสุขภาพ

ในยุคของการแข่งขัน ที่เรากำลังประสบอยู่ในปัจจุบัน ชีวิตมีความรีบเร่งมากขึ้น จนไม่ค่อยมีเวลาที่จะให้ความสำคัญกับเรื่อง ความสมดุลของอาหารที่รับประทานรวมทั้งค่านิยมการรับประทานอาหารแบบตะวันตก ซึ่งประกอบด้วย เนื้อสัตว์ ไขมัน นม เนย เป็นส่วนใหญ่ ทำให้คนไทยมีโรค ซึ่งเกิดจากการกินดีเกินไป เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคอัมพาต ซึ่งโรคเหล่านี้ล้วนเกี่ยวกับความเสื่อมของหลอดเลือด

ในปัจจุบันชาวตะวันตกเริ่มตระหนักถึงพิษภัยของการกินอาหาร ซึ่งไม่สมดุลได้มีการชัดชวนให้ลดการรับประทาน เนื้อสัตว์ นม เนย ให้เพิ่มการรับประทาน พืช ผัก และธัญญพืช ซึ่งอุดมด้วยเส้นใยจากธรรมชาติ และไวตามิน

ในวันเด็ก เนื้อสัตว์และนม ยังเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากร่างกายมีการเจริญเติบโตในวัยผู้ใหญ่ร่างกายต้องการโปรตีนลดลง การรับประทานเนื้อสัตว์ และนมมากเกินไปยังทำให้ร่างกายได้รับไขมันเพิ่ม เนื่องจากในเนื้อสัตว์และนมจะมีปริมาณไขมันค่อนข้างสูง นอกจากนั้นยังพบว่า ผู้ที่รับประทานเนื้อสัตว์มาก ๆ มีโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้สูควรเปลี่ยนแปลงมารับประทานโปรตีนจากพืชพวกถั่วแทน

http://www.ladymodern.com/img/blog/1187.jpg
อาหารอีกกลุ่มซึ่งไม่ควรรับประทานมากเกินไป คือ น้ำตาล พบว่าน้ำตาลทำให้หลอดเลือดมีความเสื่อมเร็วขึ้น ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีน้ำตาลสูงจะพบว่าหลอดเลือดแก่ก่อนวัย ไขมันก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ควรจำกัด และใช้น้ำมันจากพืชแทน น้ำมันจากสัตว์ ยกเว้นน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันปาล์มควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากมีโคเรสเตอรอลสูง

อาหารที่ควรรับประทานคือ ผัก ผลไม้ ธัญญพืช เช่น ข้าวซ้อมมือ ถั่ว เพราะอุดมไปด้วย กากใยธรรมชาติ ไวตามิน และเกลือแร่

สุขภาพของเราขึ้นกับกรรมพันธุ์ การออกกำลังกายและอาหาร เราควรเริ่มเอาใจใส่กับอาหารที่รับประทานเสียแต่วันนี้ รอให้เกิดโรคก่อนอาจไม่ทันการ


อุไร มกรแก้วเกยูร
กองอายุรกรรม รพ.จันทรุเบกษา


info & image credit: http://www.nutritionthailand.com/nutrition/good-health-tips/384-nutrition-healthy-tips

......................................................................................................................................................

อาหารสุขภาพ - โหระพา เว็บรวมเมนูอาหาร และทุกอย่างเกี่ยวกับ อาหาร
"ลูกเดือย" ธัญพืชเพื่อสุขภาพ ... ตำรับอาหารไทยเพื่อสุขภาพ ... ขอเชิญผู้ที่รักการทำอาหารร่วมงาน Health&Cuisine International Road Show ...
http://www.horapa.com/main.php?Category=Healthy

เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ
อาหารชะลอแก่... ถ้ามีใครสักคนเดินปรี่เข้ามาทักเราว่า ดูสาวขึ้นหรือหนุ่มขึ้น คุณเอ๊ย! รับรองได้ว่าวันนั้นนั่งปลื้มไปทั้งวัน ... หัวข้อ : เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ ...
http://www.108health.com/108health/category.php?ref_main_id=4&sub_id=18&sub_name=เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ

10 วิธีการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี
7 ก.ค. 2008 ... ในแต่ละวันเราจำเป็นต้องรับประทานอาหารมากมาย มีคำแนะนำจากหลายสำนักให้กินนั่น ห้ามกินนี่จนไม่รู้จะเชื่อใครดี วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับง่ายๆ ...
http://www.tistr-foodprocess.net/food_health/food_health14.htm

ตำราอาหารเพื่อสุขภาพ
ตำราอาหารเพื่อสุขภาพ. คลิกเพื่อสุขภาพที่ดี / · ข้อแนะนํา / บรรณานุกรม / กลุ่มผู้ผลิต.
http://www.skn.ac.th/skl/project/foodh99/

อาหารเพื่อสุขภาพ สุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ดีมาก แถมไม่ต้องจ่ายเพิ่ม!
26 มี.ค. 2009 ... อาหารเพื่อสุขภาพ สุขภาพ ดีแบบประหยัด อาหารเพื่อสุขภาพ สุขภาพ แข็งแรง คุ้มค่า By TcomeTrue.com.
http://www.health.tcometrue.com/

อาหารเพื่อสุขภาพ เสริมความงาม โภชนาการ FoodMatrix เพื่อสุขภาพดี
อาหารเสริม อาหารเพื่อสุขภาพ เสริมความงาม บำบัดโรค สุขภาพดี ด้วย FoodMatrix โภชนาการจากธรรมชาติ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน รางวัลโนเบลการันตี
http://www.doodeenarak.com/

เผย 5 เคล็ด(ไม่)ลับ เลือกอาหารเพื่อสุขภาพตามช่วงอายุ | ThaiHealth
11 มิ.ย. 2008 ... ปัจจุบันการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพในชีวิตประจำวัน เช่น บริโภคผักและผลไม้เป็นประจำทุกวัน โดยเลือกผักและผลไม้ที่มีสีต่างๆกัน
http://www.thaihealth.or.th/node/4643

Health Food.co,Ltd :: บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ
บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ จำกัด (ในเครือสหฟาร์ม) สิ่งที่คุณค้นหาหรือต้องการอาจจะอยู่ที่นี่.
http://www.healthfood.co.th/
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...